2007/Feb/04

หลังจากที่เรื่องราวการป่วยของเจ้าน้ำตาลหายแล้ว ต่อมาฉันจึงได้เริ่มทำวัคซีนและคิดโครงการเกี่ยวกับการรักษาต่อไป

มีอยู่วันหนึ่งฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณหมอที่ชำนาญเกี่ยวกับเส้นประสาทของสัตว์ เมื่อฉันให้ท่านดูเจ้าน้ำตาลและทดสอบความรู้สึกกับเจ้าน้ำตาล...สุดท้ายท่านก็ให้คำตอบว่า.."อาจจะหายแค่3ใน10เท่านั้น" (ซึ่งตอนนั้นในใจฉันก็คิดว่ามันเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆแทบจะไม่พบเจอคำว่าหายเลย..ดังนั้นฉันจึงเริ่มท้อใจเล็กๆ)

แต่ความท้อใจก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับฉันเลย ฉันจึงได้พาเจ้าน้ำตาลไปปรึกษากับสัตวแพทย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อพบกับสัตว์แพทย์ก็ได้มีการทดสอบความรู้สึกต่างๆเกี่ยวกับเส้นประสาทที่ขาหลังและสันหลัง เมื่อทดสอบแล้วก็พบว่า...

  • ขาหลังทั้ง2ข้างเมื่อเอานิ้วไปจิกที่ง่ามนิ้ว ---> ปรากฏว่า...นิ้วเท้าทั้ง2ข้างยังคงมีการตอบสนองอยู่โดย...เมื่อมีการจิกเจ้าน้ำตาลก็สะบัดๆเท้า
  • ส่วนตรงสันหลังทดสอบโดยเอาเข็มทื่อๆ (ย้ำ!จะต้องไม่แหลมนะคะ) จิ้มไปที่บริเวณหลังตั้งแต่สันหลังจากช่วงท้ายไปจนถึงบริเวณที่เริ่มพบว่าเจ้าน้ำตาลมีความรู้สึกเจ็บ(อาจจะดูซาดิสเล็กๆแต่มีการทำจริงๆนะคะ) ---> ปรากฏว่า...เมื่อเริ่มจิ้มจากบริเวณบั้นท้ายขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงบริเวณใกล้ๆกระดูกคอ...เจ้าน้ำตาลเริ่มรู้สึกเจ็บ
  • เมื่อทดสอบโดยการยกเจ้าน้ำตาลขึ้นให้ขาหลังลอยเหนือขอบโต๊ะเล็กน้อย (ประมาณว่าให้ขาแตะโต๊ะพอดี) ---> ปรากฏว่า..เจ้าน้ำตาลพยายามใช้ขาแตะบนโต๊ะ แต่ไม่สามารถแตะได้...ทำได้เพียงแค่ถีบขาขึ้นๆลง

หลังจากนั้นเมื่อทำการทดสอบต่างๆนานาเสร็จ...เจ้าน้ำตาลก็ต้องไป X-ray (ว๊า!เจ็บตัวแล้วแถมยังได้รับสารเคมีอีก...แย่จัง)

เมื่อX-rayเสร็จ...จากนั้นเจ้าน้ำตาลก็ต้องเจาะเลือดเพื่อcheckค่าต่างๆว่าผิดปกติรึเปล่า

.

.

.

หลังจากที่X-rayและตรวจค่าต่างๆเรียบร้อยแล้ว

คุณหมอก็นัดเจอเจ้าน้ำตาลอีกครั้ง

เพื่อมาทำการรักษาต่อไป

.

.

.

โดยคราวนี้คุณหมอกายภาพบำบัดเป็นผู้นัด..คุณหมอบอกว่าจากการตรวจ...

  • ผลค่าเลือดต่างๆก็ปกติดี ไม่ได้ติดเชื้อใดๆ
  • ส่วนการX-ray..พบว่ากระดูกสันหลังเจ้าน้ำตาลค่อนข้างคด ,กระดูกตรงขาใกล้ๆบริเวณกระดูกเข่าก็บางว่าปกติ ,รวมทั้งภายในลำไล้ก็มีอุจจาระเยอะพอควรและภายในกระเพาะปัสสาวะก็มีปัสสาวะเยอะเช่นกัน

ดังนั้นจากการบอกกล่าวของคุณหมอพบว่า...ถึงแม้เราจะแก้ไขผ่าตัดบริเวณขาไปแต่ผลที่ได้ก็ยังคงเท่ากับ0 (ผ่าไปก็เดินไม่ได้) ฉะนั้น...จึงต้องทำการกายภาพบำบัดโดยการทำธาราบำบัด หรือที่เรียกว่าhydrotherapyนั่นเองค่ะ

2007/Feb/04

...ถ้า รู้ สึก เครียด กับ...

"การงาน / เรียน / ความรัก/ เรื่องต่างๆ"

...ก็ ลองทำ ตาม นี้ ดู ซิ ค่ะ...

.

.

.

"ส่ายก้น...กระดุกกระดิก..ยึก..ยือ..ยึก..ยือ"

( เฮ้ย! ม่ายช่าย )

.

.

.

1. ยกมือขึ้น

.

.

.

2. เอามือคลึงที่ขมับ แล้วนวดเบา ๆ ตามรูป
.

.

.


.................

ลงมาอีกนิด !

............................

ลงมาอีกหน่อย !

...............................

ลงมาอีกซิ...ค๊า!

...............................


...............................

ลงมาอีก

...............................



ลงมาอีก...อีกนิดนึง


........................................

.

.

.

คำเตือน!...การทำซ้ำๆเรื่อยๆบ่อยๆถี่ๆ...

อาจทำให้ท่าน....(..).บานได้จ๊า!


edit @ 2007/02/04 18:08:08

2007/Jan/29

ต่อมาเมื่อความสุขที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ความโชคร้ายของเจ้าน้ำตาลก็บังเกิดขึ้น...นั่นก็คือ..มันมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง..ตั้งแต่ตอนกลางคืน

แต่เมื่อดึกขึ้นประมาณเกือบๆเที่ยงคืน เจ้าน้ำตาลก็ท้องเสียหนักขึ้นจวบจนไม่ยอมกินอะไรเลย ฉันจึงรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง..ดังนั้นจึงบอกกับตัวเองว่าไม่ไหวแล้วเราต้องรีบพาเจ้าน้ำตาลไปหาหมอ

...ต้องขออภัยเพื่อนๆที่เข้ามาเยี่ยมเจ้าน้ำตาลนะคะ...

...เพราะภาพต่อไปนี้อาจจะไม่สวยงามสักเท่าไร!...

นี่คือภาพอุจจาระบนแพมเพอร์ส

เป็นโชคร้ายของเจ้าน้ำตาลที่คลินิกปิดแล้ว แต่ฉันก็ไม่ล่ะความพยายามก็ทำไงได้ถ้าเกิดเจ้าน้ำตาลเป็นอะไรไปแล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ! (มีหวังร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่นอนเลย) ฉันจึงตัดสินใจโทรเข้าไปที่คลินิกนั้น..ซึ่งโชคดีที่มีคนรับสาย แล้วสักพักหมอก็เดินออกมาเปิดประตูคลินิก และฉันก็เล่าอาการให้ฟัง เมื่อตรวจเสร็จหมอก็ให้น้ำเกลือเข้าเส้น(Intravenous)และให้ยาแก้ท้องเสียมา ระหว่างที่ฉันเดินทางกลับหอ ฉันก็พลางคิดในใจว่าถ้าเกิดเจ้าน้ำตาลเป็นโรคลำไส้อักเสบจะทำอย่างไรดีเพราเปอร์เซนต์ที่เกิดในลูกสัตว์ที่ยังไม่ทำวัคซีนก็มีมากซะเหลือเกิน

เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่าแล้วทำไมช่วงที่น้ำตาลแข็งแรงทำไมฉันถึงไม่ทำวัคซีนให้ล่ะ? จริงๆแล้วการที่ฉันยังไม่ยอมทำวัคซีนให้น้ำตาลตั้งแต่ตอนแรกก็เป็นเพราะว่า "สุขภาพของน้ำตาลยังไม่ดีเท่าที่ควรถ้าหากยิ่งฝืนทำวัคซีนต่อไปก็เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มเชื้อเข้าไปในร่างกาย" เนื่องจากภูมิคุ้มกันของเจ้าน้ำตาลยังไม่แข็งแรงพอนั่นเอง!

หลังจากที่ผ่านไปประมาณ 3 วันอาการของเจ้าน้ำตาลค่อยๆดีขึ้น เริ่มถ่ายเป็นปกติ-กินน้ำ-อาหารได้มากขึ้นจนเกือบเป็นปกติ ฉันก็เริ่มใจชื้นมากขึ้นหลังจากต้องคอยดูอาการเจ้าอาการมาหลายวัน เมื่ออาการของเจ้าน้ำตาลเริ่มดีขึ้นฉันก็พยายามจะหาอาหารบำรุงสำหรับสัตว์ป่วยมาให้เจ้าน้ำตาลอีกเพื่อสุขภาพจะได้แข็งแรงเหมือนเดิม


edit @ 2007/01/29 22:56:59